Posted in

รหัสไปรษณีย์ไทยเบื้องหลังตัวเลข 5 หลักที่ทุกคนใช้แต่ไม่รู้ความหมาย

รหัสไปรษณีย์เป็นสิ่งที่เราพบเห็นและใช้งานอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเวลากรอกที่อยู่สั่งของออนไลน์ ส่งพัสดุ หรือทำเอกสารทางราชการ แต่มีกี่คนที่รู้ว่าตัวเลข 5 หลักเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบสุ่มสี่สุ่มห้า หากแต่มีระบบและความหมายที่น่าสนใจซ่อนอยู่ เรามาทำความรู้จักกับรหัสไปรษณีย์ไทยให้ลึกซึ้งกันดีกว่า

ประวัติความเป็นมาของรหัสไปรษณีย์

ประเทศไทยเริ่มใช้ระบบรหัสไปรษณีย์อย่างเป็นทางเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2516 โดยบริษัทไปรษณีย์ไทยซึ่งภายหลังกลายเป็นองค์กรในกำกับรัฐ ก่อนหน้านี้ระบบจัดส่งจดหมายและพัสดุใช้วิธีอ่านชื่อที่อยู่ทั้งหมดแล้วคัดแยกด้วยมือ กระบวนช้าและเกิดข้อผิดพลาดง่าย เมื่อประเทศพัฒนาขึ้น จำนวนไปรษณีย์เพิ่มมากขึ้นจนระบบเก่าไม่รองรับ จึงต้องนำเอาระบบรหัสไปรษณีย์มาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในกระจายไปรษณียภัณฑ์

ตอนแรกเริ่มใช้รหัสไปรษณีย์เฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต่อมาจึงค่อยๆ ขยายไปทั่วประเทศ ปัจจุบันทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีรหัสไปรษณีย์เป็นของตัวเอง รวมทั้งสิ้นมากกว่า 1,000 รหัส ครอบคลุมทุกตำบลและแขวงทั่วประเทศ รหัสไปรษณีย์ไม่เพียงช่วยงานไปรษณีย์เท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในระบบต่างๆ เช่น ระบบขนส่งเอกชน ธนาคาร บริษัทประกันภัย และหน่วยงานราชการอีกมากมาย

โครงสร้างและความหมายของเลข 5 หลัก

รหัสไปรษณีย์ไทยประกอบด้วยตัวเลข 5 หลัก แต่ละหลักมีความหมายเฉพาะที่บอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน หลักแรกหรือเลขหลักหน่วยหมื่นแทนภูมิภาคหรือพื้นที่ใหญ่ เลข 1 หมายถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล เลข 2 หมายถึงภาคกลาง เลข 3 หมายถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เลข 4 หมายถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เลข 5 หมายถึงภาคเหนือตอนล่าง เลข 6 หมายถึงภาคเหนือตอนบน เลข 7 หมายถึงภาคตะวันตก เลข 8 หมายถึงภาคตะวันออก และเลข 9 หมายถึงภาคใต้

หลักที่สองและสามหรือเลขหลักพันและร้อยบอกถึงจังหวัดหรือเขตพื้นที่ในกรุงเทพฯ ยกตัวอย่างเช่น รหัสที่ขึ้นต้นด้วย 10 คือเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ อย่างเขตดุสิต 10300 เขตบางรัก 10500 หรือเขตปทุมวัน 10330 ส่วนรหัสที่ขึ้นต้นด้วย 50 เป็นจังหวัดเชียงใหม่ เช่น 50000 เป็นเมืองเชียงใหม่ ส่วนรหัสที่ขึ้นต้นด้วย 30 เป็นจังหวัดนครราชสีมา เช่น 30000 เป็นเมืองนครราชสีมา

หลักที่สี่และห้าหรือเลขหลักสิบและหน่วยบอกรายละเอียดเฉพาะเจาะจงลงไปในระดับอำเภอ ตำบล หรือแขวง ยิ่งตัวเลขสองหลักท้ายต่างกันมากเท่าไหร่ แสดงว่าพื้นที่อยู่ห่างกันมากขึ้นเท่านั้น เช่น เชียงใหม่มีหลายอำเภอ อำเภอเมืองเชียงใหม่ใช้รหัส 50000-50300 ส่วนอำเภอแม่ริมใช้รหัส 50180 อำเภอสันทรายใช้ 50210 ระบบนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สามารถดูรหัสแล้วรู้ทันทีว่าต้องส่งไปที่ไหน โดยไม่ต้องอ่านที่อยู่ทั้งหมดให้เสียเวลา

ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

รหัสไปรษณีย์มีประโยชน์มากกว่าที่คิด นอกจากช่วยให้ส่งไปรษณียภัณฑ์รวดเร็วแล้ว ยังช่วยลดความผิดพลาดในส่งของผิดที่ โดยเฉพาะเมื่อมีชื่อที่อยู่คล้ายกัน เช่น ถนนสุขุมวิทมีอยู่หลายจังหวัด แต่รหัสไปรษณีย์ทำให้แยกได้ชัดเจนว่าเป็นสุขุมวิทในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดอื่น บริษัทขนส่งและอีคอมเมิร์ซใช้รหัสไปรษณีย์คำนวณค่าจัดส่งและเวลาจัดส่งโดยประมาณ รู้รหัสไปรษณีย์ก็รู้ระยะทางคร่าวๆ

ธนาคารและสถาบันการเงินใช้รหัสไปรษณีย์ตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่ในระบบ เวลาสมัครบัตรเครดิตหรือกู้เงิน ถ้ากรอกรหัสไปรษณีย์ไม่ตรงกับที่อยู่ที่ระบุอาจถูกปฏิเสธ หน่วยงานราชการใช้รหัสไปรษณีย์จัดทำฐานข้อมูลประชากรและวางแผนพัฒนาพื้นที่ แม้แต่ระบบ GPS และแอปพลิเคชันแผนที่ก็เชื่อมโยงกับรหัสไปรษณีย์เพื่อค้นหาสถานที่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

วิธีค้นหารหัสไปรษณีย์

หากไม่รู้รหัสไปรษณีย์ของพื้นที่ตัวเอง มีหลายวิธีค้นหา วิธีง่ายที่สุดคือเข้าเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทยที่มีระบบค้นหารหัสไปรษณีย์ครบทุกพื้นที่ เพียงใส่ชื่อจังหวัด อำเภอ ตำบล หรือแขวงก็จะได้รหัสทันที หรือจะใช้แอปพลิเคชันไปรษณีย์ไทยบนสมาร์ทโฟนที่มีฟีเจอร์ค้นหารหัสแบบออนไลน์ อีกวิธีคือถามเพื่อนบ้านหรือเจ้าหน้าที่ที่ว่าราชการในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะรู้รหัสไปรษณีย์ของบ้านตัวเองอยู่แล้ว

ควรจดจำรหัสไปรษณีย์บ้านตัวเองไว้เพราะใช้บ่อย ช่วยประหยัดเวลาในกรอกแบบฟอร์มต่างๆ บางครั้งเว็บไซต์ต่างประเทศขอรหัสไปรษณีย์ก็ต้องกรอกให้ถูก ไม่งั้นระบบอาจไม่ยอมรับคำสั่งซื้อ สำหรับธุรกิจที่ต้องส่งของบ่อยควรเก็บรหัสไปรษณีย์ของลูกค้าประจำไว้ในฐานข้อมูล จะได้พิมพ์ฉลากที่อยู่รวดเร็วและไม่ผิดพลาด

ข้อควรระวังในใช้รหัสไปรษณีย์

แม้รหัสไปรษณีย์จะเป็นระบบดี แต่ก็มีข้อจำกัด รหัสไปรษณีย์บางรหัสครอบคลุมพื้นที่กว้าง อาจมีหลายหมู่บ้านใช้รหัสเดียวกัน ดังนั้นแค่มีรหัสไปรษณีย์ยังไม่พอ ต้องระบุที่อยู่โดยละเอียดด้วย ใส่เลขที่บ้าน หมู่ ซอย ถนนให้ครบถ้วน อย่าคิดว่ามีรหัสไปรษณีย์แล้วไม่ต้องเขียนที่อยู่ละเอียด เพราะเจ้าหน้าที่บุรุษไปรษณีย์ยังต้องอาศัยที่อยู่เต็มรูปแบบในหาบ้านเลขที่

บางพื้นที่มีรหัสไปรษณีย์เปลี่ยนแปลงเนื่องจากแบ่งเขตปกครองใหม่ หรือยกฐานะตำบลเป็นอำเภอ ต้องติดตามข่าวสารและอัพเดตรหัสใหม่ให้ทัน ถ้าใช้รหัสเก่าที่เลิกใช้แล้วอาจทำให้ของส่งช้าหรือส่งผิดที่ นอกจากนี้ในกรุงเทพฯ บางพื้นที่มีรหัสไปรษณีย์ละเอียดมากถึงระดับซอยหรือตึก เช่น ตึกสูงใหญ่บางแห่งมีรหัสไปรษณีย์เฉพาะตัว ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง

รหัสไปรษณีย์ไทยเป็นระบบตัวเลข 5 หลักที่มีความหมายชัดเจน เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2516 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระจายไปรษณียภัณฑ์ หลักแรกบอกภูมิภาค สองหลักกลางบอกจังหวัด และสองหลักท้ายบอกอำเภอตำบลโดยละเอียด ระบบนี้ช่วยให้ส่งของรวดเร็วแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และถูกนำไปใช้ในหลายองค์กรนอกจากไปรษณีย์ไทย ควรจดจำรหัสไปรษณีย์บ้านตัวเองและใช้ควบคู่กับที่อยู่ที่สมบูรณ์ เพื่อให้ไปรษณียภัณฑ์ถึงมืออย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุดครับ